ระบบภาษีถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับรัฐ เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศและสวัสดิการประชาชน แต่ในประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบภาษีกลับกลายเป็นเรื่องที่สร้างความสับสน และบางครั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนทำงานอิสระ ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้มีรายได้น้อย
ปัญหาหลักของระบบภาษีไทยในปัจจุบัน
1. ความเหลื่อมล้ำทางภาษี
แม้ว่าประเทศไทยจะมีระบบ “ภาษีก้าวหน้า” คือ ยิ่งรายได้สูง ยิ่งเสียภาษีมาก แต่ในความเป็นจริง กลุ่มคนที่มีรายได้สูงมากกลับสามารถ ลดหย่อนภาษีได้จำนวนมาก ผ่านการวางแผนภาษีหรือใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ขณะที่กลุ่มคนรายได้น้อยไม่มีช่องทางลดหย่อนได้เท่าเทียม
ตัวอย่าง: ผู้มีรายได้สูงสามารถหักค่าใช้จ่ายจากการลงทุน ซื้อกองทุน หรือบริจาคได้เกินครึ่งของภาษีที่ควรจ่าย ขณะที่พนักงานเงินเดือนหรือคนค้าขายขนาดเล็กทำไม่ได้
2. ความเข้าใจผิดและความรู้ภาษีต่ำ
คนจำนวนมาก ไม่เข้าใจว่าต้องยื่นภาษีหรือเสียภาษีเมื่อไหร่ โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ หรือคนที่มีรายได้ไม่ประจำ จึงทำให้เกิดปัญหา ไม่ยื่นภาษี หรือยื่นผิด จนโดนปรับย้อนหลัง
ตัวอย่าง: ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้เกิน 150,000 บาท/ปี แต่ไม่รู้ว่าต้องยื่นภาษีเพราะไม่มีสลิปเงินเดือน
3. ระบบออนไลน์ที่ยังไม่ครอบคลุม
แม้ว่าเราจะสามารถ ยื่นภาษีออนไลน์ผ่าน e-Filing ได้แล้ว แต่ระบบของกรมสรรพากรยัง ขาดการบูรณาการข้อมูล กับหน่วยงานอื่น เช่น สปสช. หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งผลให้ผู้เสียภาษีต้องกรอกข้อมูลเองซ้ำซ้อน
4. ฐานภาษีแคบ – คนจ่ายภาษีน้อยกว่าที่ควร
จากข้อมูลของกรมสรรพากร พบว่า คนที่ “มีหน้าที่ต้องเสียภาษี” จริง ๆ ในประเทศมีไม่ถึง 20% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ฐานรายได้ของรัฐไม่มั่นคง และต้องพึ่งภาษีทางอ้อม (เช่น VAT) ซึ่งกระทบคนจนมากที่สุด
แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้
1. พัฒนาแพลตฟอร์มภาษีให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตร
-
ปรับปรุง e-Filing ให้มี คำอธิบายที่เข้าใจง่าย
-
มีระบบ เตือนอัตโนมัติ สำหรับคนที่มีรายได้จากแหล่งอื่น (เช่น ผ่าน PromptPay หรือระบบบัญชีธนาคาร)
-
บูรณาการข้อมูลรายได้จากทุกภาคส่วน เช่น สลิปเงินเดือน, การจ่ายค่าจ้าง, การโอนเงินจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ฯลฯ
2. ส่งเสริมการศึกษาภาษีตั้งแต่ระดับมัธยม
-
เพิ่มเนื้อหาวิชา “ภาษีและวางแผนการเงินส่วนบุคคล” ในหลักสูตร
-
จัดทำคลิปวิดีโอสั้นๆ ให้ความรู้ เช่น “ใครต้องยื่นภาษี?”, “ลดหย่อนอะไรได้บ้าง?”, “ไม่ยื่นภาษีผิดไหม?”
3. ลดความเหลื่อมล้ำในการลดหย่อน
-
ปรับลดเพดานของสิทธิประโยชน์สำหรับรายได้สูง
-
เพิ่ม ค่าลดหย่อนมาตรฐาน สำหรับคนที่มีรายได้ต่ำ
-
จัดระบบ คืนภาษีแบบอัตโนมัติ สำหรับกลุ่มรายได้ต่ำที่เสียภาษีล่วงหน้า (เช่น พนักงานหักภาษี ณ ที่จ่ายเกิน)
4. ขยายฐานภาษีอย่างเป็นธรรม
-
ใช้ระบบ “ข้อมูลการใช้จ่ายและโอนเงิน” เพื่อประเมินรายได้กลุ่มนอกระบบ
-
กระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบภาษี โดย ให้สิทธิประโยชน์ในปีแรก เช่น ลดภาษี 50%, ฟรีค่าปรับย้อนหลัง
บทสรุป
ระบบภาษีไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันโลกยุคดิจิทัล และลดความเหลื่อมล้ำที่สะสมมานาน การทำให้ประชาชนเข้าใจภาษีมากขึ้น เข้าถึงระบบได้ง่าย และรู้สึกว่า “ภาษีที่จ่ายไปมีความหมาย” จะช่วยสร้างระบบที่โปร่งใส ยั่งยืน และเป็นธรรมยิ่งขึ้น