ติดต่อเรา

ติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์

“ฟรีแลนซ์–ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม?”

ไขข้อข้องใจเรื่องภาษีออนไลน์ พร้อมแนวทางรับมือแบบมืออาชีพ

เมื่อรายได้ออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นคนขายของใน TikTok, Youtuber, นักวาดฟรีแลนซ์ หรือแม้แต่นักพัฒนาเว็บ ทุกคนล้วนมีรายได้ที่จับต้องได้ แต่คำถามสำคัญคือ “ต้องเสียภาษีไหม?” “แล้วถ้าไม่ได้จดทะเบียนล่ะ จะผิดหรือเปล่า?”

ในบทความนี้เราจะพาไปเข้าใจระบบภาษีสำหรับคนทำงานออนไลน์ และเสนอทางออกที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่อยู่ในระบบได้อย่างโปร่งใสและปลอดภัย

รายได้ออนไลน์ = รายได้พึงประเมิน

ตามกฎหมายไทย ไม่ว่าคุณจะมีรายได้จากที่ใดในโลกก็ตาม ถ้าเป็นรายได้เข้าประเทศไทย (หรือคุณอยู่ในไทยเกิน 180 วัน) จะถือว่าเป็น “รายได้พึงประเมิน” ที่ต้องเสียภาษี

ตัวอย่างรายได้ที่เข้าข่าย:

  • รายได้จากการขายของออนไลน์ / livestream

  • รายได้จากการรับจ้าง เช่น วาดภาพ ออกแบบ ตัดต่อคลิป ฯลฯ

  • รายได้จาก YouTube, Tiktok, Twitch

  • รายได้จากการให้เช่าพื้นที่โฆษณา

  • รายได้จากต่างประเทศ เช่น Fiverr, Upwork, Patreon

แล้วต้องทำยังไง?

1. ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90)

หากคุณมีรายได้ เกิน 150,000 บาท/ปี (ถ้ายังโสด) ต้องยื่นภาษี

ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้อง จด VAT ด้วย (ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

2. สามารถหักค่าใช้จ่ายได้

คุณเลือกได้ระหว่าง:

  • หักเหมา 60% สำหรับงานรับจ้างทั่วไป เช่น ฟรีแลนซ์, ทำคอนเทนต์

  • หักตามจริง ถ้ามีหลักฐาน เช่น ค่าไฟ, ค่าคอม, ค่ากล้อง ฯลฯ

📌 แนะนำให้เก็บบิลไว้ หากคิดจะหักตามจริงในปีถัดไป

ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงตอนนี้

คนจำนวนมาก “ไม่รู้” ว่าต้องเสียภาษี

หลายคนเริ่มทำงานออนไลน์ตั้งแต่วัยเรียน หรือเริ่มจากงานอดิเรก ขายของเล็กๆ จนมีรายได้หลักหมื่น หลักแสน แต่ยังไม่รู้ว่าเข้าข่ายเสียภาษี

📍 บางรายรู้เมื่อสายไป โดนตรวจย้อนหลัง และมีค่าปรับ 1.5% ต่อเดือน + เบี้ยปรับอีก 100%

คนทำตามกฎหมายกลับเสียเปรียบ?

ปัจจุบัน มีคนที่ ยื่นภาษีอย่างถูกต้องเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่คนที่ “อยู่ในเงามืด” หรือขายโดยไม่ใช้ชื่อจริง ยังเลี่ยงได้อยู่ ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม

แนวทางแก้ไขเชิงระบบ

  1. รัฐควรจัดทำระบบยื่นภาษีแบบง่ายพิเศษ (simplified tax) สำหรับกลุ่มออนไลน์/ฟรีแลนซ์

    • เช่น ระบบรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาท ยื่นภาษีแบบ one-page ง่ายๆ

    • ไม่ต้องจด VAT ในปีแรกหากไม่มีรายได้ประจำ

  2. ส่งเสริมการจดทะเบียนอย่างไม่ลงโทษ

    • ออกนโยบาย “ลงทะเบียนก่อน ยกเว้นภาษีย้อนหลัง 1 ปี”

    • ให้สิทธิประโยชน์เช่น ประกันสุขภาพ / ประกันสังคมภาคสมัครใจ

  3. สร้างเครื่องมือวางแผนภาษีออนไลน์

    • เช่น “เครื่องคิดภาษีสำหรับยูทูบเบอร์” หรือ “ภาษีคนขายของใน TikTok” แบบกรอกแล้วรู้เลยว่าต้องเสียเท่าไหร่

สรุป

แม้งานออนไลน์จะเป็นอาชีพอิสระ แต่ภาษีก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้และรับผิดชอบ การอยู่ในระบบภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราเข้าใจสิทธิของตัวเอง และรัฐเองก็มีหน้าที่ทำให้การเข้าระบบภาษี “ง่ายและเป็นธรรม” ไม่ใช่แค่การจับผิดคนทำมาหากิน

เรื่องล่าสุด

line hkbaudit ติดต่อเรา